เปิดโลกใต้น้ำ มนต์เสน่ห์ทะเลระยอง

แชร์หน้านี้ให้เพื่อนๆของคุณ
“เดินป่า 10 ชั่วโมง เห็นสัตว์ไม่เท่าดำน้ำ 10 นาที”

สโลแกนนี้ขายดีตลอดสำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะลองดำน้ำดีหรือไม่ สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่อยากเริ่มประสบการณ์ใต้ท้องทะเลและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจขอแนะนำว่า ไม่ต้องไปไหนไกล แค่จับรถหรือซื้อทัวร์มาที่ระยอง คุณก็จะได้พบกับจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ทั้งบนบกและใต้น้ำกันเลยทีเดียว

 

 

 


หากมาที่ “หมู่เกาะมัน“ จะได้ทั้งเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจบนบก และได้ดำน้ำดูปะการังควบคู่กันไป หมู่เกาะมันเป็นหมู่เกาะซึ่งอยู่ในตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ประกอบไปด้วย 3 เกาะ โดยเกาะที่อยู่ใกล้ฝั่งมากที่สุดคือ เกาะมันใน ถัดไปคือเกาะมันกลาง ส่วนด้านนอกสุดเป็นที่ตั้งของเกาะมันนอก

 



“เกาะมันใน” เป็นสถานที่ดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ในพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ส่วน “เกาะมันกลาง” มีชายหาดสวยงาม เงียบสงบ และมีแหล่งชมปะการังน้ำตื้นอยู่ทางด้านเหนือของเกาะ

 

 


แต่ไฮไลท์สำหรับนักดำน้ำอยู่ที่ “เกาะมันนอก” หรือ “เกาะนกยูง” ที่เรียกชื่อนี้เพราะในเกาะมีนกยูงหลายตัวที่มีคนนำมาปล่อยไว้ และนกยูงเหล่านั้นก็ชอบออกมาเล่นกับนักท่องเที่ยวประหนึ่งเป็นเพื่อนกันเลยทีเดียว และสำหรับคนที่ชอบการดำน้ำ รอบเกาะมันนอกเป็นแหล่งปะการังน้ำตื้น บริเวณหน้าเกาะมีแนวปะการังเขากวางจำนวนมาก สามารถ Snorkeling หรือ Skin Diving ดูปะการังจากผิวน้ำที่ชายหาดได้เลย นอกจากจะได้เห็นสัตว์น้ำน้อยใหญ่ในทะเลแล้วก็ยังจะได้พบหอยมือเสือขนาดใหญ่ยักษ์มากมายที่เห็นแล้วต้องร้องตกใจเพราะกลัวมันจะงับมือเอา และหากโชคดีอาจได้เห็นเต่าทะเลในระยะใกล้ชิด หรือถ้าโชคดีแบบสุดๆ ก็อาจได้พบฝูงครอบครัวโลมาพ่อแม่ลูกว่ายน้ำอยู่บริเวณรอบนอกของเกาะก็เป็นได้

 



ปัจจุบันเกาะมันนอกให้สัมปทานกับบริษัทเอกชนเปิดเป็นรีสอร์ท นักท่องเที่ยวสามารถไปพักผ่อนดับความร้อนคลายความเครียดกันที่เกาะนี้ได้ และที่สำคัญยังสามารถนำสัตว์เลี้ยงคู่ใจไปได้ด้วย แต่ต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติมเล็กน้อย รับรองถูกใจคนรักสัตว์ นอกจากนั้นคู่รักบางคู่ยังใช้เกาะมันนอกเป็นสถานที่ถ่ายภาพ Pre-Wedding กันก็มี การันตีความสวย หาดขาว และน้ำใสของเกาะมันนอกได้เป็นอย่างดี

 


หินเพิงเป็นอีกหนึ่งจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงและดีที่สุดของจังหวัดระยอง ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่เกาะมัน มีลักษณะเป็นกองหินใต้น้ำ 2-3 กองใหญ่ (มาก) มีความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 10-25 เมตร แบ่งเป็นหินเพิงตะวันตก และหินเพิงตะวันออก หินเพิงตะวันตกจะได้รับความนิยมในหมู่นักดำน้ำเพราะมีความลึกมากกว่าและมีอาณาเขตใต้น้ำให้ซอกแซกได้มากกว่าหินเพิงตะวันออก นักดำน้ำมักพบดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ แส้ทะเล กุ้งตัวยาว หอยเม่น หอยมือเสือ ปลาสิงโต ปลาหูช้าง ปลาข้างเหลือง ปลาโนรีครีบยาว ฯลฯ ยิ่งสายตาดีเท่าไรก็จะยิ่งพบสิ่งแปลกใหม่ที่นี่มากขึ้นเท่านั้น

 



สำหรับหินเพิงตะวันออก มีบริเวณให้ปีนขึ้นไปยืนบนก้อนหินได้ ปะการังในบริเวณนี้สวยกว่าฝั่งตะวันตกเล็กน้อย มีดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนจอมหวงถิ่นอยู่เต็มไปหมด เจ้าปลาการ์ตูนตัวเล็กนิดเดียว แต่ริอ่านทำตัวเป็นมาเฟีย ว่ายโฉบเฉี่ยวใส่ทั้งปลาและนักดำน้ำที่ไปเข้าใกล้บ้านของมัน และถ้าโชคดีอาจได้พบฉลามวาฬตัวใหญ่ซึ่งเข้ามาเยี่ยมเยียนบริเวณหินเพิงตะวันออกอยู่บ่อยครั้ง และด้วยความที่หินเพิงอยู่ห่างจากชายฝั่งด้วยระยะเวลาวิ่งของเรือถึง 2 ชั่วโมง น้ำจึงใสมากเป็นพิเศษ บางวันสามารถมองเห็นใต้น้ำได้ไกลถึง 15 เมตรเลยทีเดียว แต่เพราะอยู่ไกลจากฝั่ง และมีลมมรสุมตามฤดูกาล หินเพิงจึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมเยียนได้เฉพาะช่วงเดือนตุลาคมร่ายยาวข้ามปีใหม่ มาจบที่ช่วงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น ดังนั้นหากมีเวลาในช่วงนี้ “ตะลอนเที่ยว” ขอแนะนำว่าให้รีบไปก่อนที่จะหมดโอกาสเสียก่อน

 

 


มาเที่ยวทะเลระยองทั้งที ต้องไม่พลาดมาเที่ยวชม “อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด” ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมทั้งบนฝั่งและในทะเล ตลอดจนเกาะต่างๆ อุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจ เช่น หาดแม่รำพึง เขาแหลมหญ้า และหมู่เกาะเสม็ด ซึ่งหมู่เกาะเสม็ดนี้ประกอบไปด้วย 8 เกาะ และที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “เกาะเสม็ด” ที่ไปแล้วจะไม่ “เสร็จทุกราย” ได้อย่างไร เพราะความงดงามของทะเลสีครามใส หาดทรายขาวเนื้อละเอียด ซึ่งว่ากันว่าประมาณสิบปีที่แล้วพวกบ่อทรายหรือหลุมแซนที่อยู่ในสนามกอล์ฟมาขนทรายจากเกาะนี้ไปใช้กันทั้งนั้น เพราะทรายที่นี่ขาวและละเอียดมาก แต่ปัจจุบันนี้คงไม่มีแล้ว เพราะการอนุรักษ์ธรรมชาติจริงจังมากขึ้นกว่าในอดีต นอกจากหาดทรายขาวน้ำใสแล้ว บนเกาะยังมีรีสอร์ทและบ้านพักทั้งอิงธรรมชาติและแบบโมเดิร์นร่วมสมัย มัดใจนักท่องเที่ยวได้อยู่หมัด

 



ไม่เพียงเท่านั้น เกาะเสม็ดยังขึ้นชื่อเรื่องแหล่งดำน้ำดูปะการัง เหมาะสำหรับการดำน้ำแบบ Snorkelingและคนที่เริ่มมีประสบการณ์บ้างเล็กน้อย และหากโชคดี (มากที่สุด) ได้เข้าร่วมทริปในโอกาสพิเศษที่มีการทำเรื่องขออนุญาตกับทางอุทยานฯ เพื่อดำน้ำบริเวณด้านหลังเกาะเป็นกรณีพิเศษ รับรองว่าคุณจะประทับใจไปกับปะการังที่ยังสดและสวยละลานตาอยู่เต็มไปหมด ฝูงปลาน้อยใหญ่มากมายสีสันสดใส ทุกอย่างในใต้น้ำยังสดใหม่ตราตรึงใจสุดๆ ไม่แพ้ฝั่งอันดามันเลยทีเดียว เนื่องจากบริเวณนี้ยังไม่เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป แต่ต้องจำไว้เสมอว่าที่มันสวยได้เพราะยังไม่มีใครไปแตะต้อง หากต้องการให้ทะเลสวยอย่างนี้ต่อไป นานๆ ครั้งไปทีเป็นดีที่สุด

 



“เกาะทะลุ” เป็นอีกหนึ่งเกาะในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ลักษณะเด่นของเกาะทะลุอยู่ตรงที่มีความแปลกของธรรมชาติซึ่งเป็นที่มาของชื่อเกาะ โดยทิศเหนือจะเป็นแหลมที่มีผาหินคล้ายกับสะพานธรรมชาติ ช่วงกลางจะเป็นช่องกว้างน้ำทะเลลอดทะลุได้ ส่วนด้านทิศตะวันออกและทิศใต้มีหาดทรายขาว ด้านทิศตะวันออกจะมีปะการังขนาดใหญ่เป็นแหล่งดำน้ำลึกและน้ำตื้นอีกแห่งหนึ่ง ที่นี่จะมีความหลากหลายของสัตว์ทะเลมาก อาทิ ปะการังโต๊ะ ปะการังพุ่มไม้ ปะการังอ่อน ปะการังถ้วยส้ม ฟองน้ำครก เต่าตนุ ปลาการ์ตูน ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง หอยนมสาว หอยเบี้ยเล็ก เป็นต้น ความลึกเฉลี่ยประมาณ 10-15 เมตร เหมาะสำหรับนักดำน้ำมือใหม่ และนักดำน้ำแบบ DSD (Discover Scuba Diving นักดำน้ำที่ยังไม่มีใบอนุญาตดำน้ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องดำพร้อมกับครูผู้สอน) บนเกาะนี้แม้จะไม่มีบ้านพักให้บริการ แต่นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้

 


ภาคตะวันออกเริ่มได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจทั้งการท่องเที่ยวบนบกและการดำน้ำ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จน “ตะลอนเที่ยว” เกรงว่าจะหนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์อย่างที่สถานที่สวยงามหลายๆ แห่งเคยเป็น ซึ่งสุดท้ายก็เสื่อมและพังทลายลงด้วยความมักง่ายของนักท่องเที่ยว ทั้งเรื่องการทิ้งขยะไม่ถูกที่ถูกทาง ขนาดบนบกก็ยังส่งกลิ่นไม่น่าพึงประสงค์ล้นที่ล้นทางจนเก็บกันไม่หมด ประสาอะไรกับไปทิ้งในน้ำที่ร้อยวันพันปีจะมีคนไปเก็บที นี่ก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้สัตว์น้ำไม่มีที่อยู่ ปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งคือความประมาทของเรือท่องเที่ยวดำน้ำของเอกชน ที่บังเอิญทอดสมอเรือลงไปปักกลางดงปะการังก็มีให้เห็นบ่อยๆ ล่าสุดเห็นมากับตาก็ที่พัทยาบ้านเรานี่เอง ยิ่งตอนนี้อุปกรณ์ถ่ายภาพใต้น้ำมีราคาถูกสามารถซื้อได้อย่างง่ายดายตามท้องตลาด รุ่นทั่วๆ ไปครบเซ็ตพร้อมตัวกันน้ำราคาราวๆ 2-3 หมื่นเท่านั้น และเพราะอุปกรณ์หาซื้อได้ง่าย ที่เรียนดำน้ำเบื้องต้นก็มีมากมาย นักดำน้ำมือใหม่ที่อยากเป็นตากล้องจึงมักเผลอไปทำลายระบบนิเวศของธรรมชาติโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 



“นักดำน้ำมือใหม่ไม่ควรหัดถ่ายรูปใต้น้ำ เพราะกว่าจะได้รูปแต่ละรูป ดงปะการังพังหมดพอดี” ครูสอนดำน้ำบอกเสมอว่า อยู่ใต้น้ำกระแสน้ำจะพัดไปพัดมาตลอด หากทรงตัวไม่ดีตัวเราหรืออุปกรณ์อาจพุ่งเข้าชนปะการังจนไปทำลายระบบนิเวศก็เป็นได้ ครูบางคนถึงกับกำหนดว่าหากจะมาเรียนเทคนิคจมลอยเพื่อให้ถ่ายรูปใต้น้ำออกมาได้สวย จะต้องดำน้ำให้ถึง 100 ไดฟ์มาก่อน

 


“จำเอาไว้ ทะเลไม่ใช่บ้านเกิดเรา บ้านเราอยู่บนบก ดังนั้นเวลาไปเที่ยวบ้านของคนอื่นเขาเราต้องเคารพในสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเจ้าของบ้าน ห้ามสัมผัสแตะต้องดีที่สุด Just Watch!” คำสอนจากครูสอนดำน้ำของ “ตะลอนเที่ยว” ที่ต้องจำขึ้นใจ และต้องระลึกไว้ทุกครั้งที่ไปเที่ยวทะเล

Loading...

ข่าวประชาสัมพันธ์ อัพเดตล่าสุด